วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557

ประกาศหยุดเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557


ประกาศไฮโดรอินโฮม

- เทศกาลวันสงกรานต์ บริษัท ไฮโดรอินโฮม จำกัด

     หยุดตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน 2557 นะครับ (เปิดบริการตั้งแต่ 17 เมษายน)


ติดต่อคุณศุภชัย (083-6081113)

วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2557

การปรับเทียบ EC Meter


Cal_ECMeterมิเตอร์วัดปุ๋ย หรือ EC Meter เป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการปลูกผักไฮโดร หรือผักไร้ดิน เนื่องจาก ระดับสารละลายที่ใช้ในการปลูก มีผลต่อการเจริญเติบโต และสุขภาพของผักไฮโดรในแต่ละช่วง และแต่ละชนิดของผักที่ปลูก
การที่จะใช้งานมิเตอร์วัดปุ๋ยได้อย่างแม่นยำ ผู้ใช้ควรที่จะรู้วิธีในการปรับเทียบ มิเตอร์วัดปุ๋ยที่ใช้อยู่ โดยบทความนี้ จะอธิบายวิธีการทดสอบมิเตอร์วัดปุ๋ยอย่างง่าย และการปรับเทียบมิเตอร์วัดปุ๋ย (EC Meter) ให้อ่านค่าได้อย่างแม่นยำ
1. ซื้อน้ำดื่ม ชนิดที่เป็น Reverse Osmosis น้ำดื่มเหล่านี้จะมีค่า EC ประมาณ 16 us/cm (ไมโครซีเมนต์ ต่อเซ็นติเมตร)
2. เทน้ำ RO ลงในภาชนะ ดังรูป
3. เปิดมิเตอร์ และทำการวัดค่า ถ้าค่าที่อ่านได้ ไม่เท่ากับ 16 us /cm ให้ทำการปรับเทียบ EC Meter
4. เข้าสู่โหมด การปรับเทียบ กดปุ่ม Mode ค้างไว้
5. กดปุ่ม Mode หรือ Hold เพื่อปรับค่าให้ได้ 16 us/cm
6. เมื่อได้ค่าที่ถูกต้องแล้ว ให้กดปุ่ม Mode ค้างอีกครั้ง หน้าจอจะกลับมาที่ การวัดค่าปกติอีกครั้ง
หมายเหตุ มิเตอร์ที่จำหน่าย โดยไฮโดรอินโฮม ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาปรับเทียบ สามารถปรับเทียบได้โดยวิธีข้างต้นได้
โดย ศุภชัย พึ่งสังวาลย์ (083-6081113)
บริษัท ไฮโดรอินโฮม จำกัด
www.hydroinhome.com
spuengsungwan@hotmail.com

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557

เริ่มต้นปลูกผักไร้ดิน


การเพาะต้นกล้าผู้เขียนมักโดนตั้งคำถาม เกี่ยวกับ การเริ่มต้นการปลูกผักไร้ดิน อยู่เสมอ ส่วนมาก ตั้งคำถาม เพื่อให้ได้คำตอบ แบบเอาไปใช้ได้เลย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ถามคือคนที่รู้คำตอบดีที่สุด
บทความนี้ ขอนำประเด็นต่างๆ ที่มักโดนถามอยู่เสมอ มาอธิบายให้เข้าใจกันนะครับ
ควรเริ่มต้นด้วยทุนเท่าไหร่ดี?
อยากมีผักสลัดต่อเดือนกี่ต้น ก็ปลูกเท่านั้นช่องปลูกแหละครับ แต่โดยส่วนใหญ่ ผู้เขียนมักจะถามก่อนว่า ต้องการปลูกทานหรือปลูกเพื่อจำหน่าย กรณีที่ต้องการปลูกทาน ปลูกสักแปลงนึงก่อนครับ ผักไม่พอทาน แล้วค่อยเพิ่ม ส่วนถ้าปลูกเพื่อจำหน่ายหลักการก็คือ ปลูกให้สามารถเก็บผลผลิตทุกสัปดาห์ได้ จะดีมากครับ ถ้าเป็นไปได้เริ่มที่ 4 แปลง ครับ เพราะ ปกติ เราจะเก็บผลผลิตได้ เดือนละแปลง ถ้ามี 4 แปลง เราจะปลูกเหลื่อมกัน ทุกสัปดาห์ครับ จะทำให้เรามีผลผลิตทุกสัปดาห์
ควรเลือกระบบปลูกแบบไหนดีจริงๆแล้ว ผักไร้ดิน มีหลักๆ อยู่ 2 ระบบครับ คือ 1. ระบบกระบะ 2. ระบบรางหรือท่อ
ทั้ง 2 ระบบสามารถปลูกผักไร้ดินได้ทั้งนั้นนะครับ สิ่งที่ผู้ปลูกต้องคำนึงถึงก็คือ เรื่องการลงทุน และการจัดการ ครับ สำหรับผู้เขียน ไม่ถนัดระบบกระบะ เนื่องจาก ไม่ชอบที่ใช้น้ำในระบบมาก แล้วระบบกระบะ ส่วนมากใช้พลาสติกดำ ถ้าพลาสติกดำ เป็นรู จะทำให้ ระบบกระบะมีน้ำรั่วซึมออกมาตลอดเวลา
รายได้ของฟาร์มต่อเดือนการจะทำเกษตร ให้ได้ ผลลัพธ์ที่ดีนั้น การคำนวณ รายได้ของฟาร์ม ก่อนที่จะลงทุน เป็นสิ่งที่พึงกระทำครับ หลายท่่านสนใจจะปลูกผักสลัดไร้ดิน โดยที่ไม่รู้เลยว่า ทำแล้วปลายทางของชีวิตจะเป็นอย่างไร เห็นคนอื่นทำก็ทำตามๆ กัน นี่เป็นจุดอ่อนของเกษตรกรไทย เลยนะครับ
ฟาร์มผักสลัดไร้ดิน ขนาด 200 ตารางวา หรือครึ่งไร่ ปลูกผักสลัด ได้ประมาณ 12000 ช่องปลูก ต่อเดือนนะครับ
โดยปกติ เราจะคำนวณแบบไม่เข้าข้างตัวเอง อยู่ที่ต้นละ 1 ขีด ครับ ซึ่งเป็นน้ำหนักเฉลี่ย ที่ไม่ยากจนเกินไปนัก
ราคาผักสลัดหน้าฟาร์ม ในปัจจุบัน จะอยู่ที่ ประมาณ 80 บาท ต่อกิโลกรัม ดังนั้น ฟาร์มขนาด 200 ตารางวา หรือครึ่งไร่ จะมีรายได้ ประมาณ 96000 บาท ต่อเดือนนะครับ ถ้าหักต้นทุนการปลูก ที่ 3 บาท ต่อต้น ฟาร์ม ก็น่าจะมีกำไร ประมาณ 60000 บาท ต่อ ครึ่งไร่ ต่อเดือน
ถ้าต้องการคำนวณ ในขนาดพื้นที่อื่นๆ สามารถ ทำเป็นสัดส่วนได้นะครับ อ้อ ฟาร์มขนาดครึ่งไร่ ต้องการคนงาน 2 คน ครับ ไม่นับเจ้าของฟาร์ม ที่ต้องเป็นผู้ควบคุมการผลิต
ระยะเวลาการคืนทุนของฟาร์มผักสลัดไร้ดินระยะเวลาการคืนทุน ของฟาร์ม ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย นะครับ ลำดับแรกๆ คงหนีไม่พ้น น้ำหนักผักสลัดที่ปลูก ตลาดผักที่มีอยู่ในมือ ความสามารถในการบริหารจัดการ
ขอยกตัวอย่าง ฟาร์มขนาด ครึ่งไร่ ตามด้านบนนะครับ โดยปกติ ฟาร์มขนาด ครึ่งไร่ จะลงทุนค่าระบบอยู่ที่ 500,000 บาท นะครับ ดังนั้น ราวๆ 8 เดือน น่าจะคืนทุนได้ครับ สำหรับธุรกิจผักไร้ดิน หรือ เผื่อไว้เป็น 12 เดือนได้นะครับ
ตลาดผักสลัด
โดยส่วนใหญ่ ผักสลัด จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับ
1. ขายส่ง เป็นกิโลกรัม ราคาส่งหน้าฟาร์ม อยู่ที่ 80-120 บาท
2. ขายปลีกเป็นต้น ราคาขาย อยู่ที่ราคาต้นละ 15-20 บาท หรือ มากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับทำเลและที่ตั้งฟาร์ม
3. แปรรูปเป็นสลัดพร้อมทาน (พร้อมน้ำสลัด) ราคาขายอยู่ที่กล่องละ 30 - 45 บาท
กรณีที่ เน้นตลาดขายปลีกเป็นต้น และแปรรูปเป็นสลัดกล่องพร้อมทาน ช่องทางนี้ จะทำให้ ฟาร์มมีตลาดที่ยั่งยืนทีเดียวครับ ส่วนมาก จะเป็นฟาร์มเล็กๆที่เริ่มต้นไม่กี่ร้อยต้น
อุปสรรคในการปลูกผักสลัดไร้ดิน1. ปัญหาเรื่องการจัดการ เช่นบริหารจัดการฟาร์ม หละหลวม ปล่อยคนงานตัดสินใจเพียงลำพัง มองว่า ธุรกิจฟาร์มผักสลัดไร้ดิน เป็นเหมือนธุรกิจการผลิตของกินของใช้ทั่วไป มีเงิน มีคน ก็จบ แต่อย่าลืมว่า การทำธุรกิจการเกษตร เจ้าของฟาร์ม ต้องมีใจด้วยครับ กรณีนี้ ถ้าประเมินผิดพลาด อาจจะทำให้ฟาร์มเจ๊ง ก่อนเวลาอันควร
2. ปัญหารากเน่า จากความร้อน ปัญหาตรงนี้ แก้ปัญหาด้วยการติดระบบพ่นหมอก แก้ปัญหาค่อนข้างได้ผล
3. ปัญหารากเน่า จากเชื้อรา ปัญหาตรงนี้ แก้ได้ด้วยการ ใช้ไตรโคเดอร์ม่า และล้างระบบด้วยครอลีน
4. ปัญหาโรคใบจุด จากเชื้อรา ปัญหาตรงนี้ แก้ได้ด้วย การใช้สารชีวภาพ จำพวก บีเอสพลายแก้ว
5. เพลี้ย และแมลงตัวเล็ก ปัญหาตรงนี้ เป็นปัญหาที่ค่อนข้างหนัก เกษตรกร ควรหมั่น ฉีดสารชีวภาพ จำพวก น้ำส้มควันไม้ บีทีชีวภาพ สะเดาหมัก ยาสูบหมัก สลับกัน เป็นประจำ ก่อนที่จะระบาด
นอกจากปลูกผักสลัดแล้วปลูกอย่างอื่นได้มั้ย??เป็นอีกคำถามที่ ตอบบ่อยมากครับ จริงๆ แล้วในแง่ของหลักการ แปลงปลูกผักสลัดไร้ดิน สามารถปลูกผักอื่นๆ ได้นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับมูลค่าของผักที่เราปลูกในช่องปลูกด้วยครับ เพราะทุกช่องปลูก มีต้นทุนประมาณ 3 บาท อยู่ ถ้าผักคุณปลูกได้ 10 ช่องปลูก ต่อกิโลกรัม แล้วขายได้ กิโลกรัม ละ 80 บาท คุณก็จะได้กำไร ช่องปลูกละ 5 บาท ต่อเดือน ถ้าคุณรับได้ ก็ไม่มีปัญหาครับ
แต่ถ้าคุณบอกว่า ผักที่คุณจะปลูก เช่น ผักบุ้ง ขายได้กิโลกรัมละ 30 บาท ผมก็แนะนำว่า ไม่ควรปลูกผักบุ้งขายครับ เพราะโอกาส ขาดทุนมีสูงมาก ^^
โดย ศุภชัย พึ่งสังวาลย์ (083-6081113)
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ไฮโดรอินโฮม จำกัด
email: spuengsungwan@hotmail.com
website: www.hydroinhome.com


วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557

คู่มือปลูกผักไฮโดร-แปลงมินิ 18 ช่อง

ขณะนี้ทางไฮโดรอินโฮม ได้ทำการปรับปรุงคู่มือการปลูกผักไฮโดร สำหรับแปลงแบบต่างๆ โดยอ้างอิงจากแบบแปลงมาตรฐานของไฮโดรอินโฮม

หัวใจของการปลูกพืชไร้ดิน คือขั้นตอนการปฏิบัตินะครับ ไม่ควรข้ามขั้นตอน เพราะอาจจะทำให้ไม่ได้ผลิตผลตามที่คาดหวังได้ครับ
ทางไฮโดรอินโฮม กำลังปรับปรุงเนื้อหาเกี่ยวกับการปลูกผักไฮโดรนะครับ เพื่อเป็นประโยชน์ ต่อลูกค้าของทางไฮโดรอินโฮม รวมทั้งผู้ที่สนใจ ได้ศึกษาทดลองปลูก ประเทศไทย มีข้อได้เปรียบตรงที่มีแดดในทุกๆ จังหวัดของประเทศครับ ดังนั้น งานด้านการเกษตรเหมาะกับคนไทยสุดแล้วครับ เพียงแต่ว่า จะต้องทำความเข้าใจเรื่องการเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่หน่อยนะครับ
manual_mini18_p1manual_mini18_p2

วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557

เว็บไฮโดรอินโฮมดอทคอม



นอกจากไฮโดรอินโฮม มีเว็บบล็อก www.hydroinhome.blogspot.com  ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ แล้ว ขณะนี้ ทางไฮโดรอินโฮม มีอีกเว็บ ให้เข้าใช้งานกันนะครับ นั่นก็คือ www.hydroinhome.com ครับ

เนื่องจากขณะนี้ข้อมูลมีมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ เว็บไฮโดรอินโฮมดอทคอม จะทำให้ผู้เยี่ยมชมเว็บ สะดวกมากยิ่งขึ้นในการหาข้อมูลต่างๆ นะครับ ขณะนี้ ทางไฮโดรอินโฮม กำลังปรับปรุงเนื้อหาของเว็บให้ มีข้อมูลเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ประโยชน์สูงสุด

ขอบคุณครับ
ศุภชัย พึ่งสังวาลย์ (083-6081113)

น้ำสลัดสูตรแครอท (โฮมเมด)



สวัสดีครับ ขณะนี้นอกจาก ไฮโดรอินโฮม จะผลิตอุปกรณ์ปลูกผักแล้ว เรายังจำหน่ายสลัดกล่องพร้อมทาน ผักสลัดต้น และน้ำสลัดโฮมเมด สูตรแครอท ด้วยนะครับ ขณะนี้วางจำหน่ายที่ออฟฟิศไฮโดรอินโฮม หมู่บ้านเธียรี่ ถนนพระราม 2 ซอย 28 เลขที่ 49/53 นะครับ สนใจ สอบถามได้ที่ออฟฟิศเลยนะครับ

นอกจากนั้น ทางไฮโดรอินโฮม กำลังหาทำเลเปิดเป็นหน้าร้าน แล้วจะแจ้งในโอกาสต่อไปนะครับ

น้ำสลัดโฮมเมด มีจำหน่ายทั้งปลีกและส่งนะครับ สนใจติดต่อ คุณศุภชัย ได้โดยตรงครับ เบอร์ติดต่อ 083-6081113

วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

มิเตอร์วัดปุ๋ยรุ่นใหม่ (EC Meter)


ec_meterขณะนี้ทางไฮโดรอินโฮม จำหน่ายมิเตอร์วัดปุ๋ยรุ่นใหม่ แทนของเก่าที่หน้าจอสีฟ้านะครับ ที่ตัดสินใจเปลี่ยนเนื่องจากหน่วยที่ละเอียดกว่า และมิเตอร์รุ่นใหม่นี้ จะแสดงอุณหภูมิให้ผู้วัดทราบด้วยนะครับ ซึ่งดีกว่ารุ่นเก่าอยู่พอสมควร
ราคาเท่าเดิมครับ คือเครื่องละ 1750 บาท (ส่ง ems ฟรี)
แต่เนื่องจาก รุ่นนี้มีความละเอียดในการวัดค่า หน่วยของเครื่องวัดรุ่นนี้ จะบอกเป็น us/cm นะครับ ดังนั้นจะต้องนำค่าที่ได้มาหาร 1000 นะครับ

ยกตัวอย่างเช่น กรณีปลูกผักสลัด ปกติทางไฮโดรอินโฮม แนะนำให้ใช้ EC 1.6 ms/cm นะครับ มิเตอร์ตัวนี้จะอ่านได้ 1600 us/cm นะครับ
ส่วนการใช้งานมิเตอร์วัดปุ๋ยเบื้องต้น สามารถดูตามลิงค์ด้านล่างนะครับ