วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ปุ๋ยตกค้าง ในผักไฮโดรและผักออแกนิกส์

ทุกวันนี้ ประชากร เกิน 80% ของประเทศไทย บริโภค "ผักไม่ปลอดสารพิษ" ซึ่งผักเหล่านี้ โดยมากเป็นผักที่ปลูกบนดิน โดยที่เกษตรกรผู้ปลูก ใช้สารเคมีอันตรายในการกำจัดโรคและแมลง เข้าตำรา คนปลูกไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ปลูก
คนรุ่นใหม่ ค่อนข้าง ใส่ใจกับปัญหาตรงนี้พอสมควร ทุกวันนี้ เลยมีผลผลิต ที่เป็นทางเลือกใหม่ให้กับ ผู้บริโภค 2 กลุ่ม นั่นคือ ผักออแกนิกส์ และผักไฮโดรโปนิกส์ (ผักไร้ดิน)
ผักออแกนิกส์ ก็คือ การปลูกผักที่ไม่ใช้สารเคมีในทุกกระบวนการปลูก ผักเจริญเติบโตได้ ด้วย สารอาหาร+อ็อกซิเจน ที่อยู่ในดิน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เกิดจากการย่อยสลาย ของซากพืชซากสัตว์ โดยสารอาหารที่อยู่ในดินเหล่านี้ สามารถแยกเป็น N P K และอาหารเสริม ของพืช แต่โดยส่วนมาก สารอาหารที่อยู่ในดิน จะมี ธาตุ N (ไนโตเจน) ค่อนข้างต่ำ รวมทั้งอ็อกซิเจนในดิน ค่อนข้างไม่เพียงพอ ทำให้ผักที่ปลูกแบบออแกนิกส์ มีใบที่ค่อนข้างเหนียวๆ ไม่กรอบ เนื่องจาก ธาตุอาหาร N หรือไนโตเจน ไม่เพียงพอ และอูณหภูมิของดินสูงทำให้อ็อกซิเจนในดินต่ำ ผักที่ปลูกบนดิน จะไม่สู้แดด เหี่ยวเฉา ทั้ง ๆ ที่ธรรมชาติของผักจะชอบแดดค่อนข้างจัด
บทความ_ปุ๋ยตกค้าง2
ตัวอย่างผักสลัดออแกนิกส์ อีกทางเลือกของคนรักสุขภาพ

บทความ_ปุ๋ยตกค้าง1
ผักสลัดออแกนิกส์ ที่นำมาทดสอบวัดปุ๋ยตกค้าง (ไนเตรท)
ผักไฮโดรโปนิกส์ หรือผักไร้ดิน คือ การปลูกผักที่ใช้ปุ๋ยเคมีเป็นสารอาหาร โดยที่การไหลเวียนของสารอาหารในระบบเกิดอ็อกซิเจนที่เพียงพอต่อการสังเคราะห์แสง ในสภาพแดดค่อนข้างจัด ซึ่งสารอาหารสะกัดมาจากธรรมชาติ ให้อยู่ในรูป N P K และอาหารเสริม ดังนั้น โดยวิธีการแล้ว การปลูกผักไร้ดิน ผักไร้ดิน จะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ในสภาวะที่ สารอาหาร + อ็อกซิเจน มีปริมาณที่เพียงพอต่อ การสังเคราะห์แสง ในสภาวะที่แดดค่อนข้างจัด ดังนั้น คงไม่น่าแปลก ที่ ผักไร้ดิน จะมีรสชาติ และน้ำหนักที่ดีกว่าผักออแกนิกส์
บทความ_ปุ๋ยตกค้าง4
ผักสลัดไร้ดิน หรือผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ ที่นำมาทดสอบวัดปุ๋ยตกค้าง (ไนเตรท)
คุณๆ อาจจะคิดตาม ว่า จริงเหรอ ปัจจัยที่ทำให้ผักไร้ดิน เจริญเติบโตมากกว่าผักออแกนิกส์ ไม่ใช่เป็นเพราะใส่ปุ๋ย เกินความจำเป็น ทำให้มีปุ๋ยตกค้างในตัวผักอย่างมากมาย คำถามนี้ ทดลองง่ายมากครับ ซึ่งเชื่อว่า มีหลายๆ ท่าน เคยเห็นผ่านตามาแล้ว ก็คือ การปลูกผักไร้ดิน ในสภาวะ "น้ำนิ่ง" (ไม่มีการไหลเวียนของสารละลาย) ผักที่ปลูก จะไม่ได้น้ำหนัก ไม่สู้แดด ทั้งๆ ที่ใช้ปุ๋ยสำหรับปลูกผักไร้ดิน นะครับ
การปลูกผักในสภาวะ น้ำนิ่ง มีลักษณะคล้าย การปลูกผักบนดิน โดยใช้ปุ๋ยเคมี ครับ เกษตรกร จะพบว่า ใส่ปุ๋ยเท่าไหร่ ผักที่ปลูกบนดิน ก็ไม่สู้แดด ถ้าไม่มีการจัดการเรื่องดิน และการให้น้ำอย่างดีพอ เกิดจากสภาพที่อ็อกซิเจนไม่เพียงพอนั่นเองครับ จำได้มั้ยครับ ตอนเรียนมัธยม ครูจะสอนว่า ดินที่เหมาะสมกับการปลูกพืช คือ "ดินร่วน" ก็เพราะว่า ดินร่วน ทำให้รากพืช ได้รับ อ็อกซิเจน มากกว่า ดินเหนียว และดินปนทราย รวมทั้ง ดินร่วน เป็นสภาวะที่เอื้อต่อการเกิดไส้เดือน ได้ง่าย อีกด้วย
ถึงตรงนี้ ถามว่า โดยหลักการแล้ว ผักออแกนิกส์ มีปุ๋ยตกค้าง น้อยกว่า ผักไร้ดิน หรือไม่ คำตอบ คือ "ผักออแกนิกส์ มีปุ๋ยตำค้างน้อยกว่า ผักไร้ดิน 1000%" ครับ จากหลักการและเหตุผลที่ อธิบายให้ฟังข้างต้น แต่ถามว่า ปุ๋ยตกค้าง คือ สารพิษมั้ย คำตอบก็คือ ปุ๋ยตกค้าง ไม่ใช่สารพิษ ถ้าไม่มีปริมาณที่เกินมาตรฐาน กำหนด
จากมาตรฐานยุโรป นะครับ วันนึง ผู้ใหญ่ สามารถบริโภค ไนเตรท (ปุ๋ยตกค้าง) ได้ ไม่เกิน 200 มิลลิกรัม ต่อ คน ต่อ วัน ครับ แล้ว ผักสลัดออแกนิกส์ และผักสลัดไร้ดิน มีปุ๋ยตกค้างเท่าไหร่ละ มาดูกันครับ
บทความ_ปุ๋ยตกค้าง3
ผักสลัดออแกนิกส์ มีปุ๋ยตกค้าง 40 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
ถ้าบริโภค ผัก 1 กิโลกรัม ร่างกายจะได้รับปุ๋ยตกค้าง 40 มิลลิกรัม (ไม่เป็นอันตราย)
บทความ_ปุ๋ยตกค้าง5
ผักสลัดไร้ดิน มีปุ๋ยตกค้าง 78 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
ถ้าบริโภคผักสลัดไร้ดิน 1 กิโลกรัม ร่างกายได้รับปุ๋ยตกค้าง 78 มิลลิกรัม (ไม่เป็นอันตราย)
จากการวัดปุ๋ยตกค้างในผักสลัดออแกนิกส์ และผักสลัดไร้ดิน ปรากฎว่า ผักสลัด ทั้ง 2 ชนิด มีปุ๋ยตกค้าง ทั้งคู่ ถ้าจะมีใคร บอกว่า ผักออแกนิกส์ ผู้บริโภค จะไม่ได้รับ สารเคมีเข้าสู่ร่างกาย ผมว่า คนที่พูดแบบนี้ เข้าใจผิดโดยสิ้นเชิง
หลายคนอาจจะสงสัยว่า อ้าว แล้ว ปุ๋ยตกค้าง ในผักไร้ดิน มีค่ามากกว่า ปุ๋ยตกค้าง ในผักสลัดออแกนิกส์ ตั้งประมาณ 2 เท่าแบบนี้ จะมีอันตรายมากกว่าหรือไม่ คำตอบคือ มากกว่า แต่ไม่ได้เกินมาตรฐานก็ไม่มีความจำเป็นต้องวิตกจนเกินเหตุครับ โดยปกติ ร่างกาย เราได้รับ สารเคมีเข้าสู่ร่างกาย อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ถ้า สารเคมีชนิดไหนเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากกว่า ที่ร่างกาย รับได้ ก็จะมีผลกระทบกับร่างกาย ครับ
นอกจาก ทำการวัดปุ๋ยตกค้าง ในผักสลัด แล้ว เรายังได้ ทำการวัดปุ๋ยตกค้างใน ผลไม้ ที่ได้รับความนิยม ด้วยครับ นั่นคือ เมล่อน จากการทดสอบ ปรากฎว่า เมล่อน ไม่ว่าจะปลูกไร้ดิน หรือบนดิน ปุ๋ยตกค้าง จะมีค่า อยู่ประมาณ 100-200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งหมายความว่า แทนที่ คุณๆ จะเป็นกังวล เรื่องปุ๋ยตกค้างในผัก ซึ่ง วันๆ นึง เราบริโภคกันไม่ถึง กิโลกรัม ด้วยซ้ำ เราควรหันมา ควบคุมปริมาณ ในการบริโภค เมล่อน ซึ่งมีปริมาณปุ๋ยตกค้างสู่งมากครับ
ถ้าคุณๆ บริโภค เมล่อน คนเดียว เกิน ครึ่งผล ก็มีโอกาส ได้รับปุ๋ยตกค้างเกิน 200 มิลลิกรัม ต่อวัน ด้วยเช่นเดียวกัน แบบนี้ ไม่น่ากังวลกว่าหรือครับ
20140630_181911_resized
ปุ๋ยตกค้าง (ไนเตรท) ในเมล่อน มีปริมาณ 114 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
ถ้าบริโภค วันละ 1 กิโลกรัม ร่างกายจะได้รับ ปุ๋ยตกค้าง มากกว่า เราทานผักสลัดไร้ดิน 1 กิโลกรัม
สำหรับผู้เขียนเอง ตอบคำเรื่องปุ๋ยตกค้างบ่อยครับ ผักสลัด ที่ปลูกได้ บางครั้ง หวังดีไปแจกเพื่อนฟรีๆ บางคนก็พูดแบบไม่ให้กำลังใจครับ บอกว่า มีสารก่อมะเร็ง ถามว่า คนพูด เคยวัดปุ๋ยตกค้างในผักสลัดไร้ดิน จริงๆ มั้ย คำตอบก็คือ ไม่เคย ดังนั้นผู้ปลูก ก็มีหน้าทีอธิบาย ตามข้อมูลที่มีครับ หลังจากอธิบายแล้ว ถ้าจะยังไม่เข้าใจ ตรงนี้ ก็ต้องปล่อยให้ผู้บริโภค ที่ไม่เชื่อในผักสลัดไร้ดิน ไปบริโภค ผักในตลาด ที่เต็มไปด้วยยาฆ่าแมลง กันต่อไปครับ

สนใจปลูกผักไร้ดิน ติดต่อ ไฮโดรอินโฮม
สาขากรุงเทพ-พระราม 2 โทร 02-476-7275
สาขาเชียงราย โทร 091-851-7661
ติดต่อคุณศุภชัย โทร 083-6081113, Line: hydroinhome
www.hydroinhome.com
www.hydroinhome.blogspot.com





วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

แคตาล็อกโรงผักไร้ดิน 576 ช่องปลูก

แคตาล็อกโรงผักไร้ดิน 576 ช่องราคาโรงปลูกผัก พร้อมชุดพ่นหมอกและอุปกรณ์ปลูก ราคาโรงละ 80000 บาท
กรุงเทพและปริมณฑล ส่งและติดตั้งฟรี!!!
ไฮโดรอินโฮม 083-6081113
Line: hydroinhome
www.hydroinhome.com

โรงปลูกผักไร้ดิน 576 ช่องปลูก

โรงปลูกผักไร้ดิน 576 ช่องปลูกขณะนี้ นอกจาก บริษัท ไฮโดรอินโฮม จำกัด จะจำหน่ายแปลงปลูกผักไร้ดิน (เป็นโต๊ะๆ ) และอุปกรณ์ปลูกผักไร้ดิน รวมไปถึงผักสลัดสด สำหรับจำหน่ายลูกค้าแล้ว ไฮโดรอินโฮม ยังมีสินค้าใหม่ เป็นโรงปลูกผักไร้ดิน ขนาด 5 เมตร x 10 เมตร (576 ช่องปลูก)
ภายในโรงปลูกผักขนาดนี้ มีแปลงปลูกผัก 144 ช่องปลูก จำนวน 4 แปลง และอุปกรณ์พ่นหมอก พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ รายละเอียดสามารถดูได้จากรายการด้านล่างครับ


วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ขั้นตอนเพาะต้นอ่อนทานตะวัน (อย่างง่าย)


ต้นอ่อนทานตะวัน กลายเป็นอาหารยอดฮิต สำหรับคนรักสุขภาพ อย่างรวดเร็ว เนื่องด้วย สารอาหารและวิตามิน ที่สูง ในต้นอ่อนทานตะวัน และยังมีรสชาติดี 
หลายท่าน ประกอบเพาะต้นอ่อนทานตะวัน เป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ
ไฮโดรอินโฮม มีวิธีเพาะต้นอ่อนทานตะวัน เป็นง่ายๆ มาฝากครับ มีด้วยกัน 9 ขั้น ตอน ไม่ยุ่งยากเลย 
สนใจเมล็ดต้นอ่อนทานตะวัน 
ติดต่อ ไฮโดรอินโฮม 083-6081113
Line: hydroinhome
www.hydroinhome.com

image1

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

เพาะเมล็ดผักไร้ดิน-งอกยาก


การเพาะเมล็ดผักไร้ดิน แต่ละชนิด มีความยากง่ายแตกต่างกันไป ผู้ปลูกหลายท่านคุ้นเคยกับการปลูกผักสลัดนอกไร้ดิน เคยชินกับ คำว่า "48 ชั่วโมง เมล็ดจะงอก" แต่อย่างไรก็ตาม เมล็ดผักจีนหรือผักไทย บางชนิด เช่น ปวยเล้ง ผักชี คื่นฉ่าย ฯลฯ มีระยะเวลาการงอก ที่ยาวนานกว่า ผักสลัดนอก บางชนิด ใช้ระยะเวลา ถึง 14 วัน ถึงจะงอก เนื่องจากเมล็ดมีความแข็ง 
สำหรับเมล็ดพันธุ์สมุนไพร ก็มีลักษณะที่ ระยะเวลาการเพาะเมล็ด ยาวนาน เช่นเดียวกันโดยส่วนใหญ่ 
การเพาะเมล็ดที่มีความยากในการงอก (เมล็ดงอกยาก) แนะนำให้เพาะด้วยวัสดุปลูก ที่เรียกว่า "เพอร์ไลท์"
เพอร์ไลท์ เป็นหินขาวๆ มีความพรุนค่อนข้างสูง คุณสมบัติของเพอร์ไลท์ ที่เหนือกว่าฟองน้ำก็คือ เพอร์ไลท์ สามารถดูน้ำที่หล่อไว้ที่ก้นถ้วยปลูกได้
หลังจาก ลงเมล็ด แล้วรดน้ำ ให้ชุ่ม 1 ครั้ง หลังจากนั้น วางลงในถาด หล่อน้ำ 1 ซม ตลอดจนกว่าจะงอก หลังจากนั้นนำไปลงระบบปลูกผักไร้ดิน หรือจะนำไปลงดินก็ได้ครับ
ในรูปที่ 2 จะเห็นว่า กระบะ มีระบบน้ำหมุนเวียนอัตโนมัติ เพื่อเติมน้ำ อัตโนมัติครับ ไม่ต้องมาคอยเติมน้ำตลอดการเพาะ เนื่องจาก เมล็ดบางชนิด ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์กว่าจะงอก

เพาะเมล็ดแข็งเพอร์ไลท์
การเพาะเมล็ดด้วยเพอร์ไลท์ เหมาะสำหรับเพาะเมล็ดที่งอกยาก
เพาะเมล็ดแข็งเพอร์ไลท์2
หลังจากลงเมล็ดลงในเพอร์ไลท์เรียบร้อยแล้ว วางในกระบะหล่อน้ำสูง 1 ซม
สนใจปลูกผักไร้ดิน ติดต่อ ไฮโดรอินโฮม
สาขากรุงเทพ-พระราม 2 โทร 02-476-7275
สาขาเชียงราย โทร 091-851-7661
ติดต่อคุณศุภชัย โทร 083-6081113, Line: hydroinhome
www.hydroinhome.com
www.hydroinhome.blogspot.com

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

บัตเตอร์เฮดไร้ดิน


ผักสลัดบัตเตอร์เฮด เป็นผักสลัดที่ได้รับความนิยม รองลงมาจาก ผักสลัดพื้นฐาน (กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค กรีนคอส) เนื่องจาก ตลาดผักสลัดไร้ดิน ส่วนมาก จะนิยม ใช้ผักสลัด กรีนโอ๊ค และเรดโอ๊ค ในการแต่งจาน (สีเขียวและสีแดง) และกรีนคอส ก็ดูจะเป็นผักสลัดที่เหมาะที่สุดในการทำซีซาร์สลัด
ในปัจจุบัน บัตเตอร์เฮด มีบทบาท อย่างมาก ในธุรกิจอาหาร ประเภท "เมี่ยงปลา" โดย บัตเตอร์เฮด ถูกนำมา ใช้แทน กะหล่ำปลี ซึ่งได้รับการตอบสนอง จากผู้บริโภคเป็นอย่างดี
ผู้เขียน ได้พยายามทำความเข้าใจกับ ลูกค้าอย่างต่อเนื่องว่า กะหล่ำปลี ที่ปลูกในประเทศไทย ส่วนมาก ฉีดยาฆ่าแมลง ในปริมาณเยอะมากๆ โดยเกษตรกร ให้เหตุผลว่า ถ้าไม่ฉีด ก็ปลูกไม่ได้ ดังนั้น ผักสลัดบัตเตอร์เฮด จึงเป็นผักสลัด ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เนื่องจาก สามารถนำมาใช้แทนกะหล่ำ ได้เกือบทุกเมนู
ผักสลัดบัตเตอร์เฮด และผักสลัดกรีนคอส เป็นผักสลัดพื้นฐาน เพียง 2 ชนิด ที่ ผู้บริโภค สามารถ นำมาผัดเป็นเมนู ผัดผักไฟแดง บัตเตอร์เฮด/กรีนคอสหมูกรอบ  ฯลฯ
การปลูกผักสลัดบัตเตอร์เฮด สามารถใช้ระดับปุ๋ย (EC) เหมือนกับการปลูกผักสลัดชนิดอื่น นั่นคือ 15 วันแรกของการลงแปลง ใช้ EC = 1800 us/cm ส่วน 15 วันสุดท้าย ใช้ EC = 1300 us/cm
เรื่องทรงผักสลัดบัตเตอร์เฮด ขึ้นอยู่กับอากาศ กล่าวคือ ถ้าปลูกในช่วง อุณหภูมิ ต่ำ (พ.ย. - ก.พ.) ผักสลัดบัตเตอร์เฮด จะ ห่อหัว ยิ่งอากาศเย็น การห่อยิ่งแน่นมากยิ่งขึ้น ถ้าผู้ปลูกสังเกตุ จะพบว่า ในตอนค่ำ ทรงของผักสลัดจะมีลักษะห่อๆ เนื่องจากเป็นสัญชาตญาณของผักสลัดนอก ที่ชอบอากาศเย็นนั่นเอง
บัตเตอร์เฮด
ผักสลัดบัตเตอร์เฮด ช่วงปลายปี จะมีลักษณะห่อเป็นหัว คล้ายๆ กะหล่ำปลี

สนใจปลูกผักไร้ดิน ติดต่อ ไฮโดรอินโฮม
สาขากรุงเทพ-พระราม 2 โทร 02-476-7275
สาขาเชียงราย โทร 091-851-7661
ติดต่อคุณศุภชัย โทร 083-6081113, Line: hydroinhome
www.hydroinhome.com
www.hydroinhome.blogspot.com

วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2557

แสงแดดสำหรับปลูกผักไร้ดิน


1418139735687_wm_resizedหลังจาก อยู่ในแวดวงเกษตร เกือบ 6 ปี ไฮโดรอินโฮม มีความรู้สึกว่า ประเทศไทย เป็นประเทศที่ได้เปรียบประเทศอื่น ในโลกใบนี้อย่างมากครับ เนื่องจาก ปริมาณแสงแดด มีตลอดทั้งปี ทำให้ ประเทศไทย มีความอุดมสมบูรณ์ในด้านอาหารเป็นอย่างยิ่ง ก็คงอย่างที่เราเคยได้ยิน "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" แต่ผู้อยู่เบื้องหลังความอุดมสมบูรณ์ ต้องให้เครดิต "แสงแดด" นะครับ
แต่เนื่องจาก คนไทยส่วนใหญ่ ติดภาพการปลูกผักบนดิน เวลาโดนแดดแรงๆ จะฟุ๊บ ไม่เป็นท่า คนไทยส่วนมากเลยเข้าใจว่า "ผักไม่ชอบแดด"
ถามว่า ผักที่ปลูกบนดิน ชอบแสงแดด มั้ย ขอตอบว่า ชอบมากครับ เพราะแสงแดด ทำให้ผักสามารถสังเคราะห์แสงได้ ทำให้ต้นผักได้รับสารอาหารและเติบใหญ่ ได้น้ำหนักที่ดี ทานอร่อย
แต่เงื่อนไขของการได้รับแสงแดด ของผัก ก็คือ ผักจะต้องได้รับแสงแดด ที่เหมาะสม (ค่อนข้างจัด) ในสภาวะ ที่อ๊อกซิเจน ค่อนข้างมาก และอุณหภูมิไม่สูง ซึ่ง การปลูกผักบนดิน สภาพดิน มีผลต่ออ๊อกซิเจน ในดินเป็นอย่างมากครับ นี่เป็นสาเหตุ ที่ทำให้ เมื่อโดนแดด ผักไม่สามารถสู้แดดได้ เพราะ อ๊อกซิเจน ไม่เพียงพอต่อการสังเคราะห์แสง
ผู้ปลูกผักสลัดไร้ดิน มือใหม่ บางคนไม่เข้าใจครับ ปลูกผักสลัดไร้ดิน โดยให้แสงแดดน้อยๆ บางคน ให้แสงแบบรำไร เวลาถามเหตุผลว่าทำไม ผู้ปลูกจะบอกว่า กลัวผักตาย ซึ่ง ตรงนี้เป็นการคิดแทนผักแล้วนะครับ ถ้าผักพูดได้คง บอกออกมาดังๆ ว่า เคยถามสักคำมั้ย
วันนี้ มีลูกค้า ส่งรูปผักที่เพิ่งลงแปลงได้ไม่นานมาให้ ไฮโดรอินโฮม คอมเมนท์ ครับ ว่า อาการผักเป็นอย่างไรบ้าง
แปลงผักไร้ดิน 144 ช่องปลูก

ไฮโดรอินโฮม เลย ขอรูปภาพผักสลัด ที่ลงแปลง ตอนเที่ยงครับ ถ้าผักสลัดบนแปลง สู้แดด ตอนเที่ยงได้ แสดงว่า ผักสลัด มีสุขภาพดีมาก ๆ ถ้าดูที่รูปจะสังเกตุ เห็นได้ว่า ทรงผักสลัด และสีผักสลัด สวยมากครับ แม้ได้แดดเที่ยงตรงๆ ก็ไม่ฟุ๊บ ภาษาผัก เค้าเรียกว่า "ผักเด้ง" (ประมาณว่าหน้าเด้งเหมือนสาวๆ)
ถ้าสังเกตุ ให้ดี ในแปลงปลูกผักไร้ดิน ที่ ไฮโดรอินโฮม ติดตั้งให้ลูกค้า ในหลายๆ ที่จะมีหัวพ่นหมอก ซึ่ง มีหน้าที่ ลดอุณหภูมิ ที่เกิดจากแสงแดด ตั้งแต่เที่ยงถึงช่วงบ่าย สำหรับเกษตรกร ผู้ปลูกผักสลัดไร้ดิน จำไว้นะครับ "ผักสลัด ชอบแดด ไม่ชอบร้อน" ดังนั้น ระบบที่เราสร้างขึ้นมาสำหรับปลูกผักสลัดไร้ดิน จะต้องสร้างมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผักสลัด
การปลูกผักสลัดไร้ดิน แสงแดด ที่ต้องการ คือ แดดตรงๆ อย่างน้อย 4 ชั่วโมง อุณหภูมิ ไม่เกิน 35 องศา ถามว่า ถ้าแดด 8-10 ชั่วโมง ดีมั้ย ตอบว่า ดีครับ แต่ ช่วงบ่ายควรพ่นหมอกให้ผักหน่อย ชั่วโมงละสัก 1 นาที จะทำให้ ผักสลัดได้น้ำหนัก และรสชาติดี
สนใจปลูกผักไร้ดิน ติดต่อ ไฮโดรอินโฮม
สาขากรุงเทพ-พระราม 2 โทร 02-476-7275
สาขาเชียงราย โทร 091-851-7661
ติดต่อคุณศุภชัย โทร 083-6081113, Line: hydroinhome
www.hydroinhome.com
www.hydroinhome.blogspot.com